วันจันทร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

อากาศยานเชียงใหม่

อากาศยานเชียงใหม่ติดอันดับ 4 สนามบินบริการดีที่สุดในโลก จากสนามบินทั่วโลกที่เข้าร่วม 34 แห่ง ทอท.ตั้งเป้าปี 57 จะต้องคว้าอันดับ 1 มาครอง

เมื่อวันที่ 23 ก.พ. ว่าที่เรืออากาศโท อนิรุทธิ์ ถนอมกุลบุตร กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน ) หรือ ทอท. ซึ่งเป็นหน่วยงานบริหาร ท่าอากาศยานเชียงใหม่ (ทชม.) เปิดเผยว่า ตั้งแต่ปี 2552 ทอท.ได้ส่ง ทชม.เข้าร่วมโครงการจัดอันดับท่าอากาศยานที่มีคุณภาพการให้บริการดีที่สุดของโลก (Airport Service Quality Program :ASQ) จัดโดย Airports Council International (ACI) ซึ่ง ทชม.เข้าร่วมโครงการดังกล่าวในกลุ่มท่าอากาศยานที่มีผู้โดยสารไม่เกิน 5 ล้านคนต่อปี และ ทอท.ได้ตั้งเป้าหมายให้ ทชม.ติดอันดับ 12 ในปี 2554 และติดอันดับ 1 ใน 5 ภายในปี 2557 นั้น เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2555 ACI ได้ประกาศผลการจัดอันดับท่าอากาศยานประจำปี 2554 อย่างเป็นทางการ ซึ่ง ทชม. ได้รับอันดับที่ 4 จากท่าอากาศยานที่เข้าร่วมทั้งหมด 34 แห่ง ที่มีผู้โดยสารไม่เกิน 5 ล้านคนต่อปี

ว่าที่เรืออากาศโทอนิรุทธิ์ กล่าวต่อว่า การที่ ทอท.พิจารณาส่ง ทชม. เข้าประกวดในเวทีโลกดังกล่าว เนื่องจาก ทชม.มีความพร้อมทั้งด้าน อาคารสถานที่ สิ่งอำนวยความสะดวก การบริการ ความปลอดภัยและบุคลากร ซึ่งการเข้าร่วมโครงการ ASQ นั้น ทาง ACI ผู้จัด ได้ให้ผู้โดยสารและผู้ที่เกี่ยวข้องในท่าอากาศยานทั้งชาวต่างชาติและคนไทยตอบแบบสอบถามความพึงพอใจในด้านต่าง ๆ ซึ่งมีตัวชี้วัด 33 ตัวชี้วัด เช่น ความสะอาด บรรยากาศของท่าอากาศยาน ความสุภาพของพนักงาน และความปลอดภัย เป็นต้น ดังนั้นจากการที่ ทชม.ได้รับการจัดอันดับที่ 4 ของโลกในปี 2554 จึงแสดงให้เห็นว่า ทชม.มีการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ มีการบริการที่ประทับใจต่อผู้ที่มาใช้บริการ อย่างไรก็ตาม ทอท.ยังคงมุ่งมั่นในการพัฒนาการให้บริการของ ทชม.อย่างต่อเนื่อง และเพื่อให้ผู้มาใช้บริการได้รับความพึงพอใจสูงสุดสมกับ สโลแกน “ปลอดภัยคือมาตรฐาน บริการคือหัวใจ” รวมทั้งตั้งเป้าหมายให้ ทชม.ติดอันดับที่สูงขึ้นต่อไป ซึ่งจะเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งประเทศ

ชายที่ตัวเล็กที่สุดในโลก

คุณปู่ จันทรา บาฮาเดอร์ ดังกี วัย72ปี เตรียมเดินทางไปยังเมืองกาฐมาณฑุ เมืองหลวงของเนปาล สถานที่ที่จะมีการวัด และบันทึกชื่อลงในกินเนสส์ บุ้คอย่างเป็นทางการ ในวันพรุ่งนี้(27ก.พ.)โดยจะทำลายสถิติ ของนายจันเรย์ บาลาวิง ชาวเมืองซัมบวนกา เดล นอร์เต จ.ซินดานกัน ประเทศฟิลิปปินส์ วัย 18 ปี ที่บันทึกสถิติไว้ที่ 23.5 นิ้ว คุณปู่ กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ชื่อของเขากำลังจะถูกบันทึกเป็นชายที่ตัวเล็กที่สุดในโลก และเป็นคนที่มีชื่อเสียง ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่เคยเข้าการรักษาหรือว่าให้หมอตรวจดูความผิดปกติ และที่ผ่านมาก็ไม่เคยเจ็บป่วยแต่อย่างใด ดำเนินชีวิตตามปกติเหมือนคนทั่วไป แต่คุณปู่ ดังกี ก็มีความฝันอยู่อย่างหนึ่งคือ การได้เที่ยวพบปะผู้คนทั่วโลก ซึ่งจากนี้ไป คุณปู่ จะกลายเป็นคนที่คนทั่วโลกรู้จักอย่างแน่นอน ในฐานะ ชายที่ตัวเล็กที่สุดในโลก

วันอังคารที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

สาวหุ่นดี

ว่ากันว่า สาวหุ่นดีนั้น ต้องมีหุ่นสมส่วนได้รูปเหมือนนาฬิกาทราย นั่นก็คือ ต้องมีทรวดทรง อก เอว และสะโพก อย่างเห็นได้ชัด แต่หญิงสาวที่เราจะนำมานำเสนอให้ชมกันในวันนี้ ถึงแม้ว่าเธอจะมีหุ่นสวยเพรียวเหมือนนาฬิกาทรายไม่มีผิดเพี้ยน แต่ก็เชื่อว่าคงไม่มีสาว ๆ คนไหนอยากหุ่นเหมือนเธอเป็นแน่แท้ เพราะเธอมีรอบเอวเพียงแค่ 20 นิ้ว เท่านั้น

หนังสือพิมพ์เดอะ ซัน รายงานว่า สาวคนนี้มีชื่อว่า ”ไอโออานา สแปนเจนเบิร์ก” เป็นนางแบบวัย 30 ปี ของโรมาเนีย มีหุ่นนาฬิกาทราย วัดรอบเอวได้เพียง 20 นิ้ว ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นเอวที่เล็กที่สุดในโลก โดยสาว ไอโออานา เปิดเผยว่า ที่เธอมีเอวเล็กขนาดนี้ เธอไม่ได้มีความผิดปกติในการกินอย่างใด เพราะเธอยืนยันว่า เธอกินอาหารมื้อใหญ่ครบ 3 มื้อในทุก ๆ วัน โดยเฉพาะอาหารที่เธอชื่นชอบนั่นก็คือ มันฝรั่งทอดกรอบ พิซซ่า และเคบับ แถมด้วยของว่างที่เป็นศัตรูของความอ้วนนั่นก็คือ ช็อกโกแลตวันละหลาย ๆ ชิ้นอีกด้วย

Happy Valentine Day

Saint Valentine's Day, often simply Valentine's Day, is a holiday observed on February 14 honoring one or more early Christian martyrs named Valentinus. It was first established by Pope Gelasius I in 496 AD, and was later deleted from the General Roman Calendar of saints in 1969 by Pope Paul VI. It is celebrated in countries around the world, mostly in the West, although it remains a working day in all of them.

The day first became associated with romantic love in the circle of Geoffrey Chaucer in the High Middle Ages, when the tradition of courtly love flourished. By the 15th century, it had evolved into an occasion in which lovers expressed their love for each other by presenting flowers, offering confectionery, and sending greeting cards (known as "valentines").

Modern Valentine's Day symbols include the heart-shaped outline, doves, and the figure of the winged Cupid. Since the 19th century, handwritten valentines have given way to mass-produced greeting cards.

วันพุธที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

3D มีผลกระทบต่อดวงตารึไหม


เด็กเกินไปที่จะดูภาพ 3D



หลังจากที่ซีอีโอของนินเทนโดอเมริกาออกมาบอกผ่านสื่อว่า เด็กที่มีอายุไม่ถึง 7 ขวบไม่ควรมองดูภาพสามมิติเพราะว่ากล้ามเนื้อสายตาของเด็กอายุเท่านั้นยังไม่แข็งแรงพอ ซึ่งสอดคล้องกับคำกล่าวของ Dr. Neil A Dodgson ผู้เชี่ยวชาญด้านภาพคอมพิวเตอร์กราฟฟิคจากมหาวิทยาลัยเคมบริจต์ ที่ออกมาแนะนำว่า"เด็กอายุต่ำกว่า 7 ปี ควรจะปิดฟังชั่นภาพแบบ 3D ในการเล่น Nintendo 3DS""ความจริงผมก็บอกไม่ได้ 100% ว่ามันจะมีผลกระทบต่อสายตาของเด็กๆมากแค่ไหน แต่จากที่ผมศึกษาเรื่อง Stereoscopic ภาพกราฟฟิคแบบสามมิติ ภาพพวกนี้ส่วนใหญ่จะใช้ภาพสองภาพที่เหมือนกัน จากนั้นการมองก็จะต้องมองโดยรวมจุดศูนย์กลางของทั้งสองภาพให้เข้าหากันตรงกลางจนกระทั่งมันรวมเป็นภาพเดียวกัน และปรากฏเป็นภาพสามมิติขึ้นมา ซึ่งการมองแบบนี้จำเป็นต้องมีการฝึกฝนและค่อนข้างต้องใช้การเกร็งกล้ามเนื้อสายตาอย่างมาก แต่ก็บอกยากเหมือนกันนะครับ ว่ามันจะมีผลกระทบต่อเด็กอายุกี่ปี"


ณ ตอนนี้ ปัญหาเรื่องภาพสามมิติบน Nintendo 3DS ที่อาจจะมีผลต่อสายตาของเด็กนั้น ก็ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนนัก เพราะยังไม่เคยมีการทดลองอย่างจริงจังกันในเรื่องนี้ ที่สำคัญตัวเครื่องเล่นเกมเองก็ยังไม่ได้ออกวางขาย จึงยังไม่เกิดกรณีที่มีปัญหาจากการเล่นเกิดขึ้นจนเป็นข่าวให้ได้รู้กัน ทว่าทางนินเทนโดเองก็พยายามออกมาอธิบายในเรื่องนี้ เพื่อให้ผู้ที่จะเล่น Nintendo 3DS เกิดความสบายใจมากที่สุด


"หากมีกรณีที่เด็กเล่น 3DS แล้วเกิดปัญหากับดวงตาไม่ว่าอะไรก็ตาม เราเชื่อว่ามันน่าจะเกิดจากการที่เด็กใช้เวลาเล่นเกมนานเกินไปสำหรับวัยของพวกเขามากกว่า"เช่นเดียวกับ Masahiro Sakurai ผู้สร้างเกม Kid Icarus:Uprisingที่กล่าวว่า "เขาจะสร้างเกมโดยนึกถึงผลกระทบต่อสายตาของผู้เล่นเป็นอันดับแรก และมันจะไม่เกิดขึ้นกับ Kid Icarus อย่างแน่นอน"


วันเสาร์ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2555

Grapefruit




A relative newcomer to the citrus clan, the grapefruit was originally believed to be a spontaneous sport of the pummelo (q.v.). James MacFayden, in his Flora of Jamaica, in 1837, separated the grapefruit from the pummelo, giving it the botanical name, Citrus paradisi Macf. About 1948, citrus specialists began to suggest that the grapefruit was not a sport of the pummelo but an accidental hybrid between the pummelo and the orange. The botanical name has been altered to reflect this view, and it is now generally accepted as Citrus X paradisi.


When this new fruit was adopted into cultivation and the name grapefruit came into general circulation, American horticulturists viewed that title as so inappropriate that they endeavored to have it dropped in favor of "pomelo". However, it was difficult to avoid confusion with the pummelo, and the name grapefruit prevailed, and is in international use except in Spanish-speaking areas where the fruit is called toronja. In 1962, Florida Citrus Mutual proposed changing the name to something more appealing to consumers in order to stimulate greater sales. There were so many protests from the public against a name change that the idea was abandoned.

วันเด็กแห่งชาติ




ประวัติความเป็นมา



วันเด็กแห่งชาติ มีต้นกำเนิดมาจากการที่องค์การสหประชาชาติทั่วโลกเกิดความตื่นตัว และเห็นพ้องต้องกันว่าควรจะให้ความสำคัญแก่เด็ก ๆ โดยในปี พ.ศ. 2498 นายวี เอ็ม กุล ผู้แทนองค์การสหพันธ์เพื่อสวัสดิการเด็กระหว่างประเทศ ได้เป็นผู้เสนอต่อกรมประชาสงเคราะห์ ให้มีการจัดงานวันเด็กแห่งชาติขึ้น เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนได้เห็นความสำคัญ และความต้องการของเด็ก รวมถึงเพื่อเป็นการกระตุ้นให้เด็กตระหนักถึงบทบาทอันสำคัญของตนในประเทศ โดยปลูกฝังให้เด็กมีส่วนร่วมในสังคม เตรียมพร้อมให้ตนเองเป็นกำลังของชาติ


ทั้งนี้ การขานรับกับการจัดงานวันเด็กแห่งชาติได้เป็นไปอย่างกว้างขวาง ในปีเดียวกันนั้นเองทั่วโลกไม่น้อยกว่า 40 ประเทศ จัดงานฉลองวันเด็กแห่งชาติของตนขึ้น โดยได้มีการกำหนดว่าจะถือเอาวันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมของทุกปี เป็นวันเด็กแห่งชาติ


สำหรับประเทศไทย ได้ตอบรับข้อเสนอของนายวี เอ็ม กุลกานี ซึ่งบอกผ่านมาทางกรมประชาสงเคราะห์ กระทรวงมหาดไทยว่า ไทยควรจัดงานเฉลิมฉลองวันเด็กแห่งชาติ รัฐบาลจึงได้จัดให้มีคณะกรรมการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ ขึ้นมาคณะหนึ่ง ทำหน้าที่ประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐบาล รัฐวิสาหกิจ และเอกชน กำหนดให้มีการฉลองวันเด็กแห่งชาติทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค จุดประสงค์เพื่อให้เด็กทั่วประเทศทั้งในระบบโรงเรียน และนอกระบบโรงเรียน ได้รู้ถึงความสำคัญของตน เกี่ยวกับสิทธิ หน้าที่ ความรับผิดชอบ ระเบียบวินัย ที่มีต่อตนเองและสังคม มีความยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข


อย่างไรก็ตาม งานวันเด็กแห่งชาติครั้งแรกของประเทศไทย จัดขึ้นเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ.2498 จากนั้นเป็นต้นมา ราชการได้กำหนดวันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมของทุกปี เป็นวันเด็กแห่งชาติ โดยจัดต่อเนื่องกันมาจนถึงปี 2506 ที่ประชุมคณะกรรมการจัดงานวันเด็กแห่งชาติในปีนั้น ได้มีความเห็นพ้องต้องกันว่า สมควรที่จะเสนอเปลี่ยนวันจัดงานวันเด็กแห่งชาติเสียใหม่ ด้วยเหตุผลว่า เดือนตุลาคมสำหรับประเทศไทย เป็นเดือนที่ยังอยู่ในฤดูฝน มีฝนตกมาก เด็ก ๆ ไม่สะดวกในการเดินทางมาร่วมงาน นอกจากนี้วันจันทร์เป็นวันปฏิบัติงานของผู้ปกครอง จึงไม่สามารถพาเด็กของตนไปร่วมงานได้


ด้วยเหตุนี้ คณะรัฐมนตรีจึงมีมติเห็นชอบ ในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2507 ว่า ควรจะเปลี่ยนเป็นวันเสาร์ที่สองของเดือนมกราคม ที่มีความเหมาะสมและสะดวกมากกว่า ตามที่คณะกรรมการจัดงานวัดเด็กแห่งชาติเสนอมา ส่งผลให้ในปี 2507 ไม่มีงานวันเด็กแห่งชาติด้วยการประกาศเปลี่ยนได้เลยวันมาแล้ว งานวันเด็กแห่งชาติจึงเริ่มจัดขึ้นใหม่อีกครั้งในปี 2508 เรื่อยมาถึงปัจจุบัน